หากจะเอ่ยถึงเกมกีฬายอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากคนกว่าค่อนโลก คงไม่มีใครปฏิเสธความฮอตฮิตของกีฬา “ฟุตบอล” อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในปี 2010 นี้ กระแสของฟุตบอลกำลังจะกลับมาแรงในระดับที่เรียกว่าฟีเวอร์กันทั่วโลกอีกครั้ง และแน่นอนว่ากีฬาย่อมมาคู่กับแฟชั่นเสมอ เสื้อผ้าแนวสปอร์ตแวร์จึงเป็นที่จับตามองว่าจะมีอะไรที่จะอินไปกับกระแสอันร้อนแรงนี้
ไนกี้สปอร์ตแวร์ คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2010 (Spring/Summer 2010) ยังคงยึดเจตนารมย์อย่างแน่วแน่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไอค่อนใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรมจากการใช้วัสดุอันล้ำหน้า ผสานเข้ากับดีไซน์อันเป็นตำนานเพื่อสนองตอบไลฟ์สไตล์ทั้งภายในและภายนอกสนาม ที่สำคัญต้องดำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเหล่านักกีฬา และเพื่อให้อินไปกับกระแสของ “ฟุตบอล” ที่กำลังจะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งในปีนี้ จึงได้นำเอา “แทร็คแจ็คเก็ต N98” มาปรับโฉมใหม่อีกครั้ง โดยที่ต้นกำเนิดและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แจ็คเก็ตรุ่นนี้มาจากการออกแบบให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติบราซิลในปี 1998 ที่เรียกเสียงฮือฮาและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้คนทั่วโลก ส่งผลให้แจ็คเก็ตรุ่นนี้ขึ้นชั้นเป็นหนึ่งในตำนานแจ็คเก็ตรุ่นคลาสสิคของไนกี้เลยทีเดียว

“แทร็คแจ็คเก็ต N98” ซีรีส์ไอค่อนใหม่ล่าสุดนี้ ซึ่ง เป็นตัวแทนของคำว่า “National 1998” เพื่อเป็นการอุทิศให้กับทีมฟุตบอลทีมชาติบราซิลในปี 1998 มีความโดดเด่นอยู่ที่ซิปด้านหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นดีไซน์ที่สมกับเป็นเสื้อผ้าชิ้นไอคอนแห่งวงการกีฬา โดยทีมงานไนกี้สปอร์ตแวร์ได้รวมเอาแจ็คเก็ตรุ่นนี้เข้าไปในไลน์ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ซึ่งจุดเด่นคือปกและที่ข้อมือแขนเสื้อเป็นโครงถักลายเส้นแบนเรียบที่ถักขึ้นอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความกระชับพอดีกับความกว้างของไหล่ได้อย่างลงตัว เมื่อสวมใส่แล้วจะให้ความโปร่งสบายมั่นใจด้วยตะเข็บภายในและกระเป๋าเสื้อที่ไร้รอยต่อเหมือนอย่างด้านนอกตัวเสื้อ ตัวกระเป๋าติดซิปเย็บสองระดับ นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นพรีเมี่ยม ที่นำเอาเนื้อผ้าที่เรียกว่า Gore Windstopper มาเป็นวัสดุหลัก เพิ่มความโดดเด่นของโครงเสื้อด้วยซิป RiRi ตามแนวผ่าหน้าแบบเลเซอร์คัททำให้สวมใส่สะดวกสบายยิ่งขึ้น โฉบเฉี่ยวด้วยแถบฟิล์มสะท้อนแสงตามแนวสาบหลัง สร้างการจดจำแก่คนทั่วไป

สิ่งสำคัญที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของไนกี้ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลานั้น ริชาร์ด คลาร์ค ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ไนกี้สปอร์ตแวร์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ไนกี้ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพและนวัตกรรมสู่การกีฬามาโดยตลอดนั้น คือ กุญแจในการสรรค์สร้างการเปิดเผยความเป็นสไตล์ที่เป็นตัวเองในรูปแบบใหม่ โดยที่ “หากไนกี้ไม่ได้มุ่งเน้นในด้านนวัตกรรมมาตั้งแต่แรกเริ่มและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันแล้ว เราก็คงจะไม่ได้สร้างงานที่เน้นหนักไปในด้านสไตล์อย่างทุกวันนี้”
นอกจากซีรีส์ไอค่อนแจ็คเก็ตคลาสสิคอย่าง “แทร็คแจ็คเก็ต N98” แล้ว ไนกี้สปอร์ตแวร์ยังเสริมทัพคอลเลคชั่นนี้ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า “Torch” ซึ่งนำมาประยุกต์เข้ากับรองเท้ารุ่นคลาสสิคต่างๆ ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ ฤดูร้อน 2010 อาทิ รุ่น Air Max BW เจเนอเรชั่น II, รุ่น Air Force 1 และ รุ่น Air Maxim 1 เพื่อให้ผู้สวมใส่เกิดความรู้สึกสบายอย่างเหนือชั้น เป็นการสนองตอบความต้องการของนักกีฬาและเหมาะกับแฟนๆของไนกี้ที่ไม่ได้ต้องการแค่ความสวยงามจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หากรวมถึงการสวมใส่ที่เบาสบายในชีวิตจริง
ทั้งนี้ความเบาสบายในการสวมใส่ นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของรองเท้ากีฬาที่ดี ทีมดีไซน์ฟุตแวร์แห่งไนกี้สปอร์ตแวร์และทีมไนกี้ฟุตบอลจึงร่วมกันออกแบบเพื่อให้ได้มาซึ่งรองเท้ากีฬาที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง “Torch” เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
“Torch” คือ เนื้อผ้าที่ทำจากวัสดุทับซ้อน 3 ชั้น มีน้ำหนักเบา ระบายความชื้นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยวัสดุชั้นนอกของ Torch จะเน้นลายเส้นรูปทรงข้าวหลามตัดที่ช่วยรักษาโครงสร้างของรองเท้าให้อยู่ทรงไม่บิดเบี้ยวจากแรงปะทะดังเช่นวัสดุทั่วไปที่ใช้ทำรองเท้ากีฬา วัสดุชั้นกลางให้องค์ประกอบด้านโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบา สร้างความเย็นสบายให้กับการสวมใส่หลังการแข่งขัน และยังเหมาะในการสวมใส่เพื่อตะลุยรอบเมืองในวันสบายๆ สำหรับวัสดุภายในยังช่วยสร้างการระบายอากาศและความชื้นที่ดี ส่งผลให้เท้าได้รับความเย็นสบายและผ่อนคลายในระหว่างช่วงพักการแข่งขัน
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์ในส่วนต่างๆ เช่น การเชื่อมต่อด้านบนและการออกแบบพื้นรองเท้าในแบบ Natural motion โดยรองเท้ารุ่น Air Max BW เจเนอเรชั่น II ได้รับการเปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1991 และได้กลายเป็นไอเท็มชิ้นเด่นที่ครองกระแสความนิยมในหมู่นักวิ่ง และสาวกรองเท้าผ้าใบตั้งแต่ช่วงนั้นเป็นต้นมา
ทั้งนี้ หากมองแต่รูปลักษณ์ภายนอกของรองเท้า Air Max BW เจเนอเรชั่น II อาจจะเห็นไม่ชัดถึงความเปลี่ยนแปลง หากแต่นี่คือความแยบยลในการดีไซน์ของไนกี้ ที่คำนึงถึงการขึ้นรูปของพื้นรองเท้าส่วนกลางในไลน์ผลิตรองเท้าในตระกูล Air Max เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนจากการกำจัดของเสียส่วนเกินจากไลน์ผลิตออกไป ฉะนั้น หากเดินไปเจอรองเท้าของ ไนกี้ รุ่นที่เสริมนวัตกรรมอย่าง Torch เทคโนโลยี อย่าพลาดที่จะเข้าไปลองสวมใส่จริง แล้วจะรู้ว่าทำไม Torch จึงกลายเป็นนวัตกรรมนิยามใหม่ของรองเท้าปี 2010